• แบบฝึกเสริม เรื่อง กฎแห่งการแยกและกฎแห่งการรวมกลุ่มอย่างอิสระ

• บันทึกการเรียน สัปดาห์ที่ 5 วันอังคารที่ 28 พฤศจิกายน 2560

แบบฝึกเสริม เรื่อง กฎแห่งการแยกและกฎแห่งการรวมกลุ่มอย่างอิสระ

ตอบ ค.ร้อยละ 75

ตอบ ง.Ll x ll

ตอบ ข.ขนสีดำ

ตอบ BB x bb

ตอบ ร้อยละ 50

ตอบ ข. 1:1

ตอบ ค. Nn x Nn

ตอบ ข. 1:1

ตอบ ค. 8 แบบ

ตอบ ข.1/8

นางสาวกัลยา ถ้ำคู่ ม.5/1 เลขที่ 4

Advertisements

• แบบทดสอบก่อน – หลังเรียน เรื่อง การศึกษาพันธุกรรมของเมนเดล

• บันทึกการเรียน สัปดาห์ที่ 2 วันศุกร์ที่ 24 พฤศจิกายน 2560 • แบบทดสอบก่อน – หลังเรียน เรื่อง การศึกษาพันธุกรรมของเมนเดล ตอบ ก.ความรู้ ตอบ ข.self-polination ตอบ ค.ไม่มี เพราะ genotype และ phenotype คงเดิม ตอบ ข.ทั้งพ่อและแม่อาจเป็น homozygous หรือ heterozygous สำหรับยีน ตอบ ง.ต้นหนึ่งเป็น heterozygous อีกต้นหนึ่งเป็น homozygous recressive ตอบ ง.มีแผลเป็นเหมือนพ่อ ตอบ ข.สิ่งมีชีวิตที่เป็นพันธุ์แท้ ตอบ ข.ไม่เหมาะสม เพราะมนุษย์มีวงชีวิตยาวและมีลูกจำนวนน้อย ตอบ ก.dominan

• การพิจารณาลักษณะเดียว ( Monohybrid cross )

• บันทึการเรียน สัปดาห์ที่ 2 วันอังคารที่ 21 พฤศจิกายน 2560

• การผสมพิจารณาลักษณะเดียว 

การผสมของเมนเดลเพื่อพิจารณาลักษณะพันธุกรรมเพียงลักษณะเดียว ได้แก่ ความสูงของต้น เรียกว่า Monohybrid cross เขาได้ตั้งสมมติฐานไว้ 7 ข้อ เกี่ยวกับลักษณะที่เกิดขึ้น เช่น

พบว่า F1 ที่เกิดจากการผสมของต้นสูงและต้นเตี้ย เป็นต้นสูงทั้งสิ้น และได้ผลตามที่คาดไว้ตามสมมติฐานที่ ชื่อ “blending hypothesis”  จึงมีคำถามเกิดขึ้นว่า  ลักษณะต้นเตี้ยได้หายไประหว่างการผสมพันธุ์หรือไม่ เขาจึงทำการผสมต่อ โดยการนำถั่ว F1 มาผสมกันเอง ได้ลูกรุ่น F2 ทำให้ได้คำตอบว่า heritable factor ของต้นเตี้ยไม่ได้หายไป เนื่องจากรุ่น F2 ที่เกิดขึ้นจำนวน 1,064 ต้น พบว่า มีต้นสูง 787ต้น (ประมาณ 75%) และต้นเตี้ยจำนวน277 ต้น (ประมาณ 25%) คิดเป็นอัตราส่วนระหว่างต้นสูงและต้นเตี้ย เท่ากับ 3 : 1 เมนเดลจึงสรุปว่าheritable factor สำหรับลักษณะของต้นเตี้ยในพืชรุ่น F1 ถูกข่มไว้ ไม่สามารถแสดงออก เขาได้เสนอว่า ต้นถั่วรุ่น F1 ทั้งหมดเป็นต้นสูงที่สามารถส่งผ่าน heritable factor ของลักษณะต้นเตี้ยที่แฝงอยู่ไปยังรุ่นต่อไปได้ ดังนั้น F1 จึงต้องมี 2 heritable factor ทำหน้าที่ควบคุมลักษณะของความสูง คือลักษณะต้นสูง และลักษณะต้นเตี้ย  จากผลการทดลองทั้งหมดจึงสามารถตั้งสมมติฐานได้ว่า

1.             heritable factor เป็นหน่วยควบคุมลักษณะพันธุกรรม ตัวอย่างเช่น ความสูงของต้นถั่ว มี2 แบบ คือ ลักษณะควบคุมต้นสูง กับลักษณะควบคุมต้นเตี้ย ปัจจุบันเรียก หน่วยพันธุกรรม heritable factor ทั้ง 2 แบบ ว่า อัลลีล (alleles)

2.             ลักษณะแต่ละลักษณะในสิ่งมีชีวิตหนึ่ง ๆ ควบคุมด้วยยีน ยีนในหนึ่งลักษณะประกอบด้วย 2 อัลลีล แต่ละอัลลีลจะได้รับจากพ่อหรือแม่ ซึ่งอาจมีอัลลีลเหมือนกันหรือแตกต่างกันก็ได้

3.             เซลล์สืบพันธุ์ ได้แก่ sperm or egg  จะมีเพียง 1 อัลลีล เนื่องจากอัลลีลที่เป็นคู่กันได้แยกออกจากกันระหว่างการสร้างเซลล์สืบพันธุ์ เมนเดลยังได้ตั้งสมมติฐานอีกว่าเมื่อ sperm และ egg มารวมกันเกิดการปฏิสนธิ (Fertilization) ทำให้อัลลีลที่อยู่ในเซลล์สืบพันธุ์ทั้งสอง จะมารวมกันใหม่อีกครั้ง

4.             เมื่อยีนมีอัลลีลทั้งสอง มีลักษณะแตกต่างกัน จะมีเพียงอัลลีลเดียวที่แสดงออก โดยอีก                อัลลีลหนึ่งจะถูกข่มไว้ไม่ให้แสดงออก เรียกอัลลีลที่แสดงออก เป็นอัลลีลเด่น (Dominance alleles) และอัลลีลที่ข่มไว้ว่า อัลลีลด้อย (Recessive alleles)

ข้อสรุปที่ และ  2 เมนเดลได้อธิบายการทดลองสมมติฐานนี้ โดยใช้สัญลักษณ์เป็นอักษรตัวใหญ่แทน อัลลีลเด่น และอักษรตัวเล็กแทนอัลลีลด้อย จะช่วยให้เข้าใจการทดลอง และสมมติฐานของเมนเดลทั้ง 4 ข้อเป็นอย่างดี

                ตัวอย่างเช่น ให้  T   แทนอัลลีลเด่น สำหรับลักษณะต้นสูง

                                                t   แทนอัลลีลด้อย สำหรับลักษณะต้นเตี้ย

                เมื่อพืชที่ใช้ทดลองเป็นtrue breeding ลักษณะต้นสูงจึงถูกควบคุมด้วย 2 อัลลีล คือ TT ส่วนลักษณะต้นเตี้ยถูกควบคุมด้วยอัลลีล tt  พืชที่เป็น มีอัลลีลเหมือนกัน คือ TT หรือ   tt   เรียกว่า                โฮโมไซกัส (Homozygous)

ข้อสรุปที่ ของเมนเดล  คือ เซลล์สืบพันธุ์จะมีอัลลีลของลักษณะหนึ่ง อัลลีล และผลจากการปฏิสนธิ ได้ลูกผสม F1 จะได้อัลลีล 1 อัลลีล จากต้นสูง และอีก 1 อัลลีลจากต้นเตี้ย

ข้อสรุปข้อที่ 4 ของเมนเดล อธิบายว่า เหตุใดรุ่น F1 (Tt) ทั้งหมดจึงมีต้นสูง เนื่องจากอัลลีลเด่น (T) จะข่มการแสดงออกของอัลลีลด้อย (t) ไว้ อัลลีลด้อย (t) จึงไม่สามารถแสดงลักษณะเตี้ย เรียกลักษณะของอัลลีลที่แตกต่างกันว่า เฮเทโรไซกัส (heterozygous)

สมมติฐานของเมนเดลยังสามารถอธิบายอัตราส่วนในรุ่น F2 คือต้นสูงต่อต้นเตี้ย เท่ากับ 3:1 เนื่องจากลูกรุ่นF1 มีอัลลีล เป็น Tt จะสร้างเซลล์สืบพันธุ์ เป็นชนิด T และ ในปริมาณเท่า ๆ กัน

 

นางสาวกัลยา ถ้ำคู่ ม.5/1 เลขที่ 4

• บทที่ 15 การถ่ายทอดลักษณะทางพันธุกรรม

บันทึกการเรียน

| วันศุกร์ที่ 17 พฤศจิกายน 2560 |

• การศึกษาพันธุศาสตร์ของเมนเดล
  • – เมนเดลคือ บิดาแห่งวิชาพันธุศาสตร์
    – เมนเดลเลือกถั่วลันเตาเป็นพืชในการทดลอง เพราะ
      
    – ถั่วลันเตาอายุสั้น
      – 
    ถั่วลันเตาปลูกง่าย
      
    – ถั่วลันเตาให้ลูกหลานจำนวนมาก
      
    – ถั่วลันเตาเจริญเติบโตเร็ว
      
    – ถั่วลันเตามีหลายพันธุ์
      
    – ถั่วลันเตามีลักษณะแตกต่างอย่างชัดเจน
      
    – ถั่วลันเตาเป็นพืชที่มีดอกสมบูรณ์เพศ
     
     – ถั่วลันเตาเป็นพืชท้องถิ่น
 – ลักษณะที่เมนเดลศึกษามี 7 ลักษณะ ดังนี้

– Factor  คือ หน่วยควบคุม จะอยู่เป็นคู่และถ่ายทอดจากพ่อแม่สู่ลูก
– ต่อมา Factor ถูกเปลียนมาเรียกว่า
 ยีน แทน

– ลักษณะที่แสดงออกในรุ่น F1 เป็นลักษณะของยีนเด่น
– 
ลักษณะที่แสดงออกในรุ่น F2 มีทั้งลักษณะของยีนเด่นและลักษณะของยีนด้อย
– ยีนที่เข้าคู่กันจะอยู่บน ฮอมอโลกัส โครโมโซม
– จะเรียกยีนที่อยู่ตำแหน่งเดียวกันว่ายีนเหล่านั้นเป็น แอลลีน กัน
– ตำแหน่งของยีนที่อยู่บน ฮอมอโลกัส โครโมโซม เรียกว่าโลกัส
– จีโนไทป์ คือ สัญลักษณ์แทนตัวอักษร เช่น GG gg Gg
– ฟีโนไทป์ คือ ลักษณะที่ปรากฏเป็นการแสดงออกมา เช่น ผมตรง ผมหยักศก ผมหยิก
– จีโนไทป์ที่มียีนเหมือนกันทั้ง 2 ยีน เรียกว่า ฮอมอไซกัส จีโนไทป์  นั่นคือ พันธุ์แท้  มี 2 แบบคือ

 – จีโนไทป์ ที่มียีนเด่นทั้งคู่ เรียกว่า ฮอมอไซกัส โดมิแนนท์ เช่น GG
 – จีโนไทป์ที่มียีนด้อยทั้งคู่ เรียกว่า ฮอมอไซกัส รีเคสซีฟ     เช่น gg

– จีโนไทป์ที่มียีน 2 แอลลีน ที่ต่างกันมาเข้าคู่กัน เรียกว่า เฮเทอโลไซกัส จีโนไทป์ เช่น Gg
นางสาวกัลยา ถ้ำคู่ ม.5/1 เลขที่ 4

 

” ชีวะคือชีวิต ถ้าไม่มีชีวิต อย่าคิดเรียนชีวะ “

images-2067300329.jpg

” ชีวะคือ วิชา แห่งชีวิต

ชีวะให้ แนวคิด ชีวิตทั่ว

ชีวะคือ ปริศนา ใกล้ๆตัว

ชีวะ ชีวิตทั่ว ทุกชีวัน

ทั้งพืชสัตว์ มีชีวี ที่ศึกษา

ไขปัญหา วิจัย ทุกสิ่งสรร

เป็นความรู้ ขุมทรัพย์ นับอนันต์

มหัศจรรย์ วิชา ชีวะมี “